The Lion King 3D 2011พร้อมรับชมคลิปเวอร์ชั่น1994ภาค1,2และ3



สิ้นสุดการรอคอย ภาพยนตร์แอนิเมชั่นระดับตำนานสุดคลาสสิคจาก วอลท์ ดิสนีย์

          ครั้งแรกในโรงภาพยนตร์กับการเข้าฉายในระบบ ดิสนีย์ ดิจิตอล 3 มิติ

          กับเรื่องราวการผจญภัยอันยิ่งใหญ่ใหม่ที่สนุก ตื่นเต้น ประทับใจ

          และสวยงามตระการตายิ่งกว่าเดิม 

เดอะ ไลอ้อน คิง ออกฉายครั้งแรกเมื่อ 17 ปีที่แล้ว (ปี 1994) เรื่องราวของ ซิมบ้า ลูกสิงโตเกิดใหม่ที่ภายภาคหน้าจะต้องสืบทอดการเป็นผู้นำฝูงและปกครองเหล่าสัตว์ต่างต่อจาก มูฟาซา พ่อของเขา เรื่องราวการเรียนรู้ชีวิตและการผจญภัยในดิแดนอันกว้างใหญ่กับ 2 เพื่อนซี้ ทีโมนและพุมบ้า ผ่านบทเพลงอันไพเราะและอมตะมาจนถึงทุกวันนี้จากการร่วมงานกันของ ทิม ไรซ์ และ เซอร์ เอลตัน จอห์น จนทำให้เพลง Can you feel the love tonight ได้รับรางวัลออสการ์สาขาเพลงยอดเยี่ยม ส่วนเพลงอื่นๆก็ยังเป็นที่รู้จักและถูกเปิดฟังมาจนปัจุบันอย่าง The Circle of Life, Hakuna Matata, และ อีกหลายเพลง


กำหนดฉาย : 27 ตุลาคม - 9 พฤศจิกายน 2554
ให้เสียงโดย : แมทธิว โบรเดอริค, จิม คัมมิ่งส์, วูปี้ โกลด์เบิร์ก, โรแวน แอทคินสัน, เจมส์ เอิร์ล โจนส์, เจเรมี ไอออนส์, โรเบิร์ต กิลลูเม่, ชีช มาริน, มอยร่า เคลลี, โจนาธาน เทย์เลอร์ โธมัส และ นิกีต้า คาลามี่
กำกับ : โรเจอร์ อัลเลอร์ส และ ร็อบ มินคอฟฟ์
อำนวยการสร้าง : ดอน ฮาห์น
อำนวยการสร้างบริหาร : โธมัส ชูมัคเกอร์ และ ซาราห์ แมคอาเธอร์
ดนตรีประกอบโดย : ทิม ไรซ์ และ เอลตัน จอห์น

8 เหตุผล ที่ทำให้คุณห้ามพลาด! The Lion King 3D
The Lion King 3D
1. The Lion King ได้คำรามกึกก้องในโรงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในปี 1994 เรื่องราวของซิมบ้าและพ่อของเขาได้สั่นคลอนหัวใจของคนในยุคนั้น รวมไปถึงซาวนด์แทร็คแปลกใหม่ อารมณ์ขันที่คาดไม่ถึง และตัวละครที่มีเสน่ห์ได้ร่ายมนต์สะกดผู้ชมทั่วโลก ภาพยนตร์เรื่องนี้ซึ่งออกมาทีหลัง The Little Mermaid และ Beauty and the Beast ได้นำไปสู่ ยุคการเปลี่ยนแปลง แห่งแอนิเมชั่นของวอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอส์ เลยทีเดียว 

The Lion King 3D

2. The Lion King ได้รับรางวัลออสการ์สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (ฮันส์ ซิมเมอร์) และเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (เอลตัน จอห์น/ทิม ไรซ์ เพลง Can You Feel the Love Tonight) และได้รับรางวัลลูกโลกทองคำในทั้งสองสาขา รวมไปถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประเภทคอมเมดี้หรือมิวสิคัล แถมยังกลายเป็นโฮมเอนเตอร์เทนเมนต์ที่ทำยอดขายสูงสุดตลอดกาล และเป็นแรงบันดาลใจของมิวสิคัลบรอดเวย์เจ้าของรางวัลโทนี ที่กลายเป็นมิวสิคัลที่เปิดแสดงยาวนานที่สุดเป็นลำดับที่เจ็ดในประวัติศาสตร์บรอดเวย์ ในเดือนมกราคม ปี 2011 อีกด้วย



The Lion King 3D

3. The Lion King ภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่นับได้ว่าเป็นผลงานคลาสสิคขึ้นหิ้งของวอลท์ ดิสนีย์ ได้กลับมาฉายใหม่ในระบบดิสนีย์ ดิจิตอล 3 มิติ ที่จะทำให้ประสบการณ์การชมภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มอรรถรสมากขึ้นไปเดิม ได้เปิดตัวขึ้นอันดับ 1 ครองแชมป์ตารางบ็อกซ์ ออฟฟิศในอเมริกา ซึ่งถือเป็นเรื่องแรกในรอบ 14 ปี สำหรับหนังที่ถูกนำกลับมาฉายใหม่ที่สามารถเปิดตัวขึ้นอันดับหนึ่งนับจาก Return of the Jedi (special edition)

The Lion King 3D

4.  The Lion King 3D กวาดรายได้ภายในอเมริกาไปกว่า 339.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (จนถึงวันที่ 22 ก.ย. 54) ซึ่งทำให้ The Lion King 3D กลายเป็นภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่ทำเงินสูงสุดแซงหน้า  Finding Nemo ไปเป็นอันดับที่ 3 ต่อจาก Toy Story 3 และยังคงเป็นแอนิเมชั่น ”วาดมือ” ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลอีกด้วย

The Lion King 3D

5. เกือบหนึ่งทศวรรษนับตั้งแต่ได้ปรากฏบนจอเงิน The Lion King กำลังจะลงโรงเชื้อเชิญผู้ชมรุ่นใหม่ให้ก้าวเข้าสู่วัฏจักรแห่งชีวิตอีกครั้งหนึ่งในรูปแบบ 3D ซึ่งเป็นสเกลที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัวภาพยนตร์เรื่องนี้ในปี 1994 และเป็นครั้งแรกที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เข้าฉายในระบบ3D

The Lion King 3D

6. The Lion King เป็นหนึ่งในภาพยนตร์แอนิเมชั่นคลาสสิก 2D วาดด้วยมือเรื่องแรกๆ ของดิสนีย์ ที่ถูกแปลงโฉมใหม่ด้วยเทคโนโลยี 3Dล่าสุด โดยทีมผู้สร้างตัดสินใจที่จะนำภาพยนตร์คลาสสิกเรื่องนี้กลับสู่จอเงินและบ้านของแฟนๆ อีกครั้งในรูปโฉมใหม่ ด้วยการทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนได้เหยียบย่างไปบนผาทรนงก็ไม่ปาน...

The Lion King 3D

7. การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้อาศัยทีมงานนักวาดภาพ 3D กว่า 60 ชีวิตจากหลายแผนก ซึ่งรวมถึงการให้แสงเลย์เอาท์ เอฟเฟ็กต์และวิศวกรรมซอฟท์แวร์ พวกเขาร่วมกันสร้างมิติใหม่ให้กับ The Lion King ด้วยการหวนคืนสู่ไฟล์ CAPS (โปรแกรมคอมโพสิท) และทำงานอย่างอุตสาหะเพื่อกำหนดระดับความลึกที่จำเป็นต่อการเพิ่มมิติที่สามเข้าไปให้กับภาพ รวมถึงได้สร้างบท 3D ขึ้นมาเพื่อกำหนดระดับความลึกของแต่ละเลเยอร์เพื่อสร้างเอฟเฟ็กต์ 3D ด้วยบางฉากที่มีการรวมเลเยอร์องค์ประกอบและภาพอาร์ตเวิร์คกว่า 100 ชั้น ด้วยวัตถุดิบมากมายทำให้ทีมนักวาดภาพสามารถนำเอารายละเอียด 3D และองค์ประกอบต่างๆ เข้าไปในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้มากขึ้น

The Lion King 3D

8. ในเวอร์ชัน 3D นี้ ผู้ชมจะได้พบกับ The Lion King อย่างที่คุณไม่เคยสัมผัสมาก่อน โดยผู้ชมจะรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในทุ่งสะวันนาและถูกห้อมล้อมไปด้วยภาพที่น่าตื่นเต้นและระบบ 7.1/3D ดิสนีย์ที่เหลือเชื่อ โดย เทอร์รี พอร์ตเตอร์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อชิงออสการ์ (Beauty and the Beast) และไม่ว่าจะเคยดู The Lion King แล้วหรือยัง? รับรองว่าคุณจะต้องรู้สึกตื่นเต้นไปกับการได้ดูมันอีกครั้งอย่างแน่นอน

The Lion King 1994








The Lion King ภาค2
เคียร่า ลูกสาวหัวรั้นของซิมบ้าและ.ทายาทของผาทรนง ได้พบกับโควู ลูกสิงโตเพศผู้ที่คิดเดินตามรอยเท้าของสการ์ สิงโตร้าย มิตรภาพ จะทำให้ทั้งสองพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
ภาคต่อของเดอะ ไลอ้อน คิง การ์ตูนสุดอิต ที่เล่าเรื่องราวในรุ่นลูกของซิมบ้า







The Lion King III เดอะ ไลอ้อนคิง 3

กลับมาอีกครั้งที่จะทำให้ทุกท่านพบกับ การผจญภัยครั้งใหม่ในผาทรนงกับเหล่าตัวละครจาก The Lion King 3 เดอะ ไลอ้อน คิง ในตอนใหม่เอี่ยมเรื่องนี้ ทีโมน และ พุมบ้าจะมาเผยว่าพวกเขามาจากไหน พวกเขาพบกันเมื่อไร และช่วยเหลือซิมบ้าอย่างไร


เดอะ ไลอ้อน คิง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เดอะ ไลอ้อน คิง (อังกฤษThe Lion King) เป็นภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชัน ผลิตโดยบริษัทวอลต์ดิสนีย์พิกเจอส์ ออกฉายวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2537 เป็นภาพยนตร์การ์ตูนคลาสสิกลำดับที่ 32 ของดิสนีย์ เนื้อเรื่องได้รับอิทธิพลจากบทละครเรื่อง แฮมเลต ผลงานของวิลเลียม เชกสเปียร์ กำกับโดย Roger Allers และ Rob Minkoff
เดอะ ไลอ้อน คิง ได้รับรางวัลออสการ์ ใน 2 สาขา คือ สาขาดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ สาขาเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (เพลง Can You Feel the Love Tonigt)

เนื้อหา

  [ซ่อน

[แก้]เนื้อเรื่องย่อ

เรื่องเดอะ ไลอ้อน คิง เริ่มเรื่อง ณ แดนทรนง ที่มีสิงโตเป็นเจ้าแห่งสัตว์ทั้งมวล เมื่อลิงแมนดริลราฟิกิได้ทำพิธีเจิมซิมบ้า ลูกสิงโตเกิดใหม่ของเจ้าป่ามุฟาซาและซาราบี และแสดงตัวซิมบ้าให้สัตว์ป่าที่มาชุมนุม ณ เขาทรนง
มุฟาซาเลี้ยงดูซิมบ้าในแดนทรนง คอยสั่งสอนซิมบ้าเกียวกับวัฏสงสารและความเป็นจริงของชีวิต ฝ่ายสการ์ น้องชายของมุฟาซาผู้หวังจะขึ้นเป็นเจ้าป่าครองแดนทรนงได้เล่าให้ซิมบ้าฟังถึงสุสานช้างที่มุฟาซาสั่งห้ามไม่ให้ซิมบ้าไป ซิมบ้าได้ไปขออนุญาตจากซาราบีผู้เป็นแม่ว่าจะไปเที่ยวเล่นที่หนองน้ำพร้อมกับนาลา ลูกสิงโตตัวเมียที่เป็นเพื่อนสนิทของซิมบ้า ซาราบีอนุญาตแต่ต้องให้ซาซู นกเงือกซึ่งเป็นคนสนิทของมุฟาซา ติดตามไปด้วย แต่ซิมบ้าและนาลาได้หลบหนีการควบคุมของซาซูและเดินทางไปสุสานช้าง ณ ที่นั้น ซิมบ้าและนาลาได้พบกับหมาไน เช็นซี บันไซ และ เอ็ด หมาไนทั้งสามหวังจะสังหารซิมบ้าและนาลา แต่มุฟาซาได้มาช่วยชีวิตได้ทัน
หลังจากนั้นไม่นาน สการ์ได้เกลี้ยกล่อมเหล่าหมาไนให้เป็นพวก แล้วเริ่มวางแผนกำจัดมุฟาซาและซิมบ้า ต่อมาสการ์การหลอกให้ซิมบ้าไปเล่นในหุบเขา แล้วจึงให้หมาไนต้อนฝูงควายป่าเข้าไปในหุบเขา ซิมบ้าต้องหนีตายจากการถูกฝูงควายป่าเหยียบ ฝ่ายมุฟาซาก็รีบมาช่วยซิมบ้าจากฝูงควายป่า มุฟาซาช่วยซิมบ้าได้สำเร็จ แต่ตัวเขาเองถูกสการ์ผลักตกจากเชิงผาและถูกฝูงวัวป่าเหยียบจนตาย ฝ่ายสการ์ได้หลอกซิมบ้าว่าซิมบ้าเป็นต้นเหตุให้มุฟาซาตายแล้วให้ซิมบ้าหนีออกจาแดนทรนงโดยไม่ต้องกลับมาอีก หลังจากนั้น สการ์ได้สั่งให้สามกหมาไน เซนซี บันไซ และเอ็ด ออกไล่ฆ่าซิมบ้า แต่ซิมบ้าหนีได้ทัน สการ์ได้ขึ้นเป็นเจ้าป่าแทนมุฟาซา โดยบอกเหล่าสัตว์เชื่อว่าในแดนทรนงว่าทั้งมุฟาซาและซิมบ้าได้ตายไปแล้ว
ฝ่ายซิมบ้าได้พบกับเมียร์แคททีโมนและหมูป่าพุมบ้าโดยไม่คาดฝัน คู่หูทั้งสองได้สอนการใช้ชีวิตแบบไม่ต้องกังวลอะไรให้กับซิมบ้า ซิมบ้าได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายกับทีโมนและพุมบ้าจนกระทั่งเติบโตเป็นสิงโตหนุ่ม แล้วซิมบ้าก็ได้พบกับนาลาเพื่อนสมัยเด็กโดยบังเอิญ นาลาได้บอกซิมบ้าว่าตั้งแต่สการ์ขึ้นเป็นเจ้าป่า แดนทรนงได้กลายเป็นดินแดนแห้งแล้งไปแล้ว เธอได้ขอให้ซิมบ้ากลับไปยึดแดนทรนงคืนจากสการ์ แต่ซิมบ้าปฏิเสธ ไม่นานหลังจากนั้น ราฟิกิลิงแมนดริลได้เดินทางมาพบกับซิมบ้าและโน้มน้าวให้ซิมบ้ากลับไปกู้แดนทรนงได้สำเร็จ โดยการพาซิมบ้าไปพบวิญญาณของมุฟาซาที่ปรากฏตนบนฟากฟ้า
ซิมบ้า นาลา ทีโมน และพุมบ้าได้เดินทางกลับไปผาทรนง แล้วเข้าต่อสู้กับฝูงหมาไน โดยมีเหล่าสิงโตที่ยังภักดีต่อมุฟาซาได้เข้าร่วมต่อสู้ ในที่สุด ซิมบ้าก็เอาชนะสการ์ได้ ซิมบ้าจึงได้ขึ้นเป็นเจ้าป่าแห่งแดนทรนงในที่สุด

[แก้]ตัวละครหลัก

  • ซิมบ้า ตัวเอกของเรื่อง บุตรชายของมูฟาซา
  • สการ์ ตัวร้ายของเรื่อง น้องชายของมูฟาซา และอาของซิมบ้า
  • มูฟาซา เจ้าป่าแห่งแดนทรนงและบิดาของซิมบ้า
  • ทีโมน และ พุมบ้า เป็นตัวเมียร์แคทและหมูป่า ผู้ถือคติ ฮาคุน่า มาทาทา (ไม่ต้องกังวล) ภายหลังทั้งคู่ได้เป็นสหายกับซิมบ้า
  • นาลา เป็นเพื่อนกับซิมบ้าตั้งแต่เด็ก
  • เช็นซี, บันไซ และ เอ็ด เป็นสุนัขป่าไฮยีน่าจอมประจบประแจง ยอมทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน
  • ราฟิกิ ลิงแมนดริลผู้ทรงภูมิ และเป็นผู้ทำพิธีเจิมให้กับซิมบ้าเมื่อซิมบ้าเพิ่งเกิด
  • ซาซู นกเงือกตัวสนิทของมุฟาซา
  • ซาราบี เป็นภรรยาของมูฟาซาและเป็นมารดาของซิมบ้า

[แก้]เพลงประกอบภาพยนตร์

  • Circle of Life (วิถีแห่งชีวิต) เป็นเพลงเปิดในตอนต้นของเรื่อง ในพิธีเจิมซิมบ้า
  • I Just Can't Wait to Be King ร้องโดยซิมบ้า นาลา และซาซู
  • Be Prepared (จงเตรียมพร้อม) ร้องโดยสการ์และเหล่าหมาไน
  • Hakuna Matata ร้องโดย ทีโมน พุมบ้า และซิมบ้า
  • Can You Feel the Love Tonight ตอนประกอบเรื่องร้องโดย ทีโมน พุมบ้า ซิมบ้า นาลาและคอรัสและตอนเครดิตร้องและเล่นเปียโนโดยเอลตัน จอห์นเป็นเพลงรางวัลออสการ์ 2 รางวัลประจำปี 1994 ตามที่กล่าวมาข้างต้น


Credit : Kapook.com,Majorcineplex.com,Youtube.com,วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เรียบเรียง : www.ruengdd.com